2008/Feb/12

Water shine ฟังดูคล้ายชื่อรุ่นของลิปสติกชื่อดังยี่ห้อหนึ่ง ตำราฝรั่งบางทีก็เรียกว่า Wet Sheen  แต่ในที่นี้เราจะพูดถึงการระบายสีน้ำซึ่ง Water shine ก็มีลักษณะคล้ายๆกับคุณลักษณะของลิปสติก นั่นก็คือความฉ่ำน้ำ ในการทำเอ็ฟเฟ็กสีน้ำแบบต่างๆจะต้องรู้จักการกะจังหวะของ Water shine หรือประกายน้ำ (ในที่นี้หมายถึงความแวววาวของน้ำบนผิวกระดาษ) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ประกายน้ำเป็นเครื่องหมายแสดงว่าสีหรือน้ำเปียกหรือหมาดแค่ไหน ในการทำเทคนิคสีน้ำแต่ละเทคนิคจะมีการกะจังหวะ Water shine ที่แตกต่างกัน การกะจังหวะเปียกหรือหมาดให้เหมาะกับแต่ละเอ็ฟเฟ็กขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้วาด

ปัจจัยที่ทำให้ประกายน้ำแห้งช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับ
1. อุณหภูมิ ความชื้น และการถ่ายเทอากาศในบริเวณที่ทำงาน
2. ปริมาณน้ำและเนื้อสีน้ำ
3. ปริมาณมีเดียมพิเศษ เช่น กัมอะราบิค หรือมีเดียมหน่วงเวลาแห้งชนิดอื่นๆ
4. เนื้อกระดาษสีน้ำ เนื้อหนาจะอุ้มน้ำได้ดีกว่าเนื้อบาง

ระดับของ Water shine จะขอแบ่งเป็น 5 ระดับคร่าวๆดังนี้


ระดับที่ 1 คือ ระดับที่ Water shine จะแวววาวที่สุด นั่นคือตอนที่จรดพู่กันลงสีหรือน้ำเสร็จใหม่ๆ สามารถเพิ่มน้ำเปล่า เติมสี หล่อเลี้ยงน้ำ และแทรกสีในปริมาณมากได้โดยไม่ต้องกลัวการด่างหรือเป็นคราบน้ำไม่พึงประสงค์ เพราะสีหรือน้ำจะซึมเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน

 


ระดับที่ 2 คือ ระดับที่ Water shine มีความแวววาวอยู่มาก แต่ความฉ่ำน้ำจะลดลง สามารถเพิ่มน้ำเปล่า เติมสี หล่อเลี้ยงน้ำ และแทรกสีได้โดยไม่ต้องกลัวการด่างหรือเป็นคราบน้ำไม่พึงประสงค์ การเพิ่มน้ำเปล่าในระดับนี้จะทำให้ขอบสีน้ำมีความคม เพราะสีหรือน้ำจะซึมเข้าหากันอย่างรวดเร็ว

 

ระดับที่ 3 คือ ระดับที่ Water shine ลดความฉ่ำน้ำลงมาจนใกล้หมาด ความวาวของน้ำลดลง สามารถแทรกสีได้เล็กน้อย การหยอดน้ำเปล่าหรือสีเพิ่มอาจทำให้เกิดคราบน้ำ แต่จะทำให้ขอบสีน้ำมีความคมมากขึ้นในการระบายบริเวณแคบๆ


ระดับที่ 4 คือ ระดับที่ Water shine เริ่มแห้งเป็นหย่อมๆ เหลือเพียงความหมาด แทรกสีได้ในบริเวณที่ประกายน้ำยังไม่แห้ง การเพิ่มน้ำเปล่าอาจทำให้เกิดคราบน้ำไม่พึงประสงค์ ยกเว้นการระบายในพื้นที่แคบๆจะทำให้ขอบสีคมขึ้น

 


ระดับที่ 5 คือ ระดับที่ Water shine แห้งจนไม่เหลือความวาวอีก กระดาษจะยังคงความชื้นอยู่ระยะหนึ่งก่อนจะแห้งสนิท สำหรับกระดาษราคาไม่แพงจะไม่สามารถสร้างเอ็ฟเฟ็กสีเปียกใดๆได้อีก และเมื่อถูกน้ำอาจทำให้สีละลายเกิดเป็นคราบไม่พึงประสงค์ แต่จะสามารถสัมผัสสีบนผิวกระดาษได้โดยไม่ต้องกลัวสีเลอะแม้จะยังมีความชื้นอยู่ก็ตาม

ส่วนกระดาษไฮโซราคาแพงที่อุ้มความชื้นได้นาน แม้เมื่อ Water shine ไม่เหลือความวาวแล้ว แต่กระดาษจะยังคงความชื้นอยู่อีกพักใหญ่ สามารถใช้หลังมือทดสอบความ(เย็น)ชื้นของกระดาษได้   Water shine ในระดับที่ 5 นี้ยังสามารถซับสีออกได้บ้างขณะกระดาษชื้น ใช้เทคนิคสีซึมได้ไม่ต่างจาก Water shine ระดับ 3-4  เมื่อสีแห้งสนิทแล้วถูกน้ำอีก สีจะไม่ค่อยด่างมากนัก

การสังเกต Water shine หรือประกายน้ำจะมีประโยชน์มากในการทำเอ็ฟเฟ็กสีน้ำทั้งหลายซึ่งจะได้เล่าในลำดับถัดไป

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ขอบคุณสำหรับความรู้นะคะ
มารับความรู้เพิ่มเติมค่ะ confused smile
#2  by  lexManarae At 2008-02-12 14:54, 
สุดยอด
cry Hot!
#3  by  punchii At 2008-02-12 19:33, 
ขอบคุณครับสำหรับข้อมูลอย่างละเอียด
ที่จริงจะว่าไปผมก็เรียนรู้ด้วยตัวเองแบบงูๆปลาๆไปบ้างแล้ว
จากการที่ลองผิดลองถูกระหว่างลงนี่แหละ
แต่ส่วนใหญ่ของผมจะลงไม่ค่อยทันเท่าไหร่ถ้าพื้นที่กว้าง
มักจะด่างไปก่อนทุกที แต่พอลงอีกชั้นความด่างก็จะหายไปบ้างอยู่

ปล. ปกอิลลัสเสร็จแล้วนะพี่
แต่ผมลงแบบเข้มสดอยู่ ดังนั้นลืมไปก็ได้ว่าผมใช้สีน้ำ คิดว่าแฮนเมดก็พอ 555
ไว้เจอของจริงวันขายฮับbig smile
#4  by  โคค่อน At 2008-02-12 20:47, 
ขอบคุณครับbig smile
#5  by   (202.28.35.3) At 2008-02-12 23:54, 
ขอแปะแท็กค้าบ http://cocon.exteen.com/20080214/tag
#6  by  โคค่อน At 2008-02-14 22:08, 
ได้ความรู้ดีจังเลยค่ะ

เราชอบภาพวาดสีน้ำมากเลยค่ะ มีสเน่ห์ดี อยากใช้เหมือนกัน แต่กลัวงานจะเน่าซะก่อนsad smile
ได้ความรู้มากๆเลยล่ะค่ะ ขอบคุณค่า ทั่นRina
ถ้ารู้จังหวะแบบนี้ก็น่าจะทำให้ใช้สีน้ำได้สนุกขึ้นแน่นอนcry
(ตอนแรกๆเราลองลงสีน้ำแบบว่ามั่วแหลก แล้วมันไม่softเอาซะเลย มิน่าล่ะ)
#8  by  LUNAR*LUNATIC At 2008-03-02 11:31, 
ว้าวว Hot!
#13  by  quiescent At 2009-03-05 20:13, 
เราไม่ค่อยได้สังเกต เป็นแนวทางปรับปรุงงาน
#14  by  surakarn (125.26.25.70) At 2009-04-03 22:10, 
ขอบคุณค่ะ
#17  by  โหลดเพลง (124.157.236.176) At 2009-10-06 22:20, 

<< Home


Rina Ez (หรินา)
View full profile