Water shine ฟังดูคล้ายชื่อรุ่นของลิปสติกชื่อดังยี่ห้อหนึ่ง ตำราฝรั่งบางทีก็เรียกว่า Wet Sheen แต่ในที่นี้เราจะพูดถึงการระบายสีน้ำซึ่ง Water shine ก็มีลักษณะคล้ายๆกับคุณลักษณะของลิปสติก นั่นก็คือความฉ่ำน้ำ ในการทำเอ็ฟเฟ็กสีน้ำแบบต่างๆจะต้องรู้จักการกะจังหวะของ Water shine หรือประกายน้ำ (ในที่นี้หมายถึงความแวววาวของน้ำบนผิวกระดาษ) เพื่อให้ได้ผลลัพธ์ตามที่ต้องการ ประกายน้ำเป็นเครื่องหมายแสดงว่าสีหรือน้ำเปียกหรือหมาดแค่ไหน ในการทำเทคนิคสีน้ำแต่ละเทคนิคจะมีการกะจังหวะ Water shine ที่แตกต่างกัน การกะจังหวะเปียกหรือหมาดให้เหมาะกับแต่ละเอ็ฟเฟ็กขึ้นอยู่กับความชำนาญของผู้วาด
ปัจจัยที่ทำให้ประกายน้ำแห้งช้าหรือเร็วขึ้นอยู่กับ
1. อุณหภูมิ ความชื้น และการถ่ายเทอากาศในบริเวณที่ทำงาน
2. ปริมาณน้ำและเนื้อสีน้ำ
3. ปริมาณมีเดียมพิเศษ เช่น กัมอะราบิค หรือมีเดียมหน่วงเวลาแห้งชนิดอื่นๆ
4. เนื้อกระดาษสีน้ำ เนื้อหนาจะอุ้มน้ำได้ดีกว่าเนื้อบาง
ระดับของ Water shine จะขอแบ่งเป็น 5 ระดับคร่าวๆดังนี้
ระดับที่ 1 คือ ระดับที่ Water shine จะแวววาวที่สุด นั่นคือตอนที่จรดพู่กันลงสีหรือน้ำเสร็จใหม่ๆ สามารถเพิ่มน้ำเปล่า เติมสี หล่อเลี้ยงน้ำ และแทรกสีในปริมาณมากได้โดยไม่ต้องกลัวการด่างหรือเป็นคราบน้ำไม่พึงประสงค์ เพราะสีหรือน้ำจะซึมเข้าหากันอย่างรวดเร็วจนกลายเป็นเนื้อเดียวกัน
ระดับที่ 2 คือ ระดับที่ Water shine มีความแวววาวอยู่มาก แต่ความฉ่ำน้ำจะลดลง สามารถเพิ่มน้ำเปล่า เติมสี หล่อเลี้ยงน้ำ และแทรกสีได้โดยไม่ต้องกลัวการด่างหรือเป็นคราบน้ำไม่พึงประสงค์ การเพิ่มน้ำเปล่าในระดับนี้จะทำให้ขอบสีน้ำมีความคม เพราะสีหรือน้ำจะซึมเข้าหากันอย่างรวดเร็ว
ระดับที่ 3 คือ ระดับที่ Water shine ลดความฉ่ำน้ำลงมาจนใกล้หมาด ความวาวของน้ำลดลง สามารถแทรกสีได้เล็กน้อย การหยอดน้ำเปล่าหรือสีเพิ่มอาจทำให้เกิดคราบน้ำ แต่จะทำให้ขอบสีน้ำมีความคมมากขึ้นในการระบายบริเวณแคบๆ
ระดับที่ 4 คือ ระดับที่ Water shine เริ่มแห้งเป็นหย่อมๆ เหลือเพียงความหมาด แทรกสีได้ในบริเวณที่ประกายน้ำยังไม่แห้ง การเพิ่มน้ำเปล่าอาจทำให้เกิดคราบน้ำไม่พึงประสงค์ ยกเว้นการระบายในพื้นที่แคบๆจะทำให้ขอบสีคมขึ้น
ระดับที่ 5 คือ ระดับที่ Water shine แห้งจนไม่เหลือความวาวอีก กระดาษจะยังคงความชื้นอยู่ระยะหนึ่งก่อนจะแห้งสนิท สำหรับกระดาษราคาไม่แพงจะไม่สามารถสร้างเอ็ฟเฟ็กสีเปียกใดๆได้อีก และเมื่อถูกน้ำอาจทำให้สีละลายเกิดเป็นคราบไม่พึงประสงค์ แต่จะสามารถสัมผัสสีบนผิวกระดาษได้โดยไม่ต้องกลัวสีเลอะแม้จะยังมีความชื้นอยู่ก็ตาม
ส่วนกระดาษไฮโซราคาแพงที่อุ้มความชื้นได้นาน แม้เมื่อ Water shine ไม่เหลือความวาวแล้ว แต่กระดาษจะยังคงความชื้นอยู่อีกพักใหญ่ สามารถใช้หลังมือทดสอบความ(เย็น)ชื้นของกระดาษได้ Water shine ในระดับที่ 5 นี้ยังสามารถซับสีออกได้บ้างขณะกระดาษชื้น ใช้เทคนิคสีซึมได้ไม่ต่างจาก Water shine ระดับ 3-4 เมื่อสีแห้งสนิทแล้วถูกน้ำอีก สีจะไม่ค่อยด่างมากนัก
การสังเกต Water shine หรือประกายน้ำจะมีประโยชน์มากในการทำเอ็ฟเฟ็กสีน้ำทั้งหลายซึ่งจะได้เล่าในลำดับถัดไป